การคุ้มครองเด็ก

หากบุตรของท่านหรือเด็กคนหนึ่งในครอบครัวของท่านถูกนำตัวไปอยู่ในความดูแลของDepartment of Children and Families(กระทรวงสำหรับเด็กและครอบครัวซึ่งเป็นที่รู้จักในอีกนามหนึ่งว่า‘DCF’หรือ‘Welfare’)หรือหากท่านได้รับเอกสารใดๆจากกระทรวงสำหรับเด็กและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่ท่านจะต้องไปคุยกับทนายความทันทีโทรถึงเราที่1800 684 055เพื่อขอนัดพบกับทนายความนอกจากนี้เรายังสามารถพูดกับท่านทางโทรศัพท์ได้ด้วยหากท่านไม่สามารถเข้ามาที่สำนักงานของเราได้และเราจะส่งท่านให้กับทนายความผู้อื่นหากเราไม่สามารถช่วยท่านได้

 กฎหมายคุ้มครองเด็กคืออะไรกฎหมายนี้ทำงานอย่างไร?

มณฑลเขตเหนือมีกฎหมายเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่า เด็กๆได้รับความคุ้มครอง มีสุขภาพดี และได้รับการดูแลให้ปลอดภัยจากการการถูกทำร้ายDepartment of Children and Families(กระทรวงสำหรับเด็กและครอบครัว-DCF) มีหน้าที่ในการทำให้มั่นใจว่า เด็กๆปลอดภัยและมีสุขภาพดี มณฑลเขตเหนือมี “การรายงานที่ต้องกระทำตามกฎหมาย”(mandatory reporting)นี่หมายความว่าผู้ใหญ่คนใดก็ตามจะต้องแจ้งDCFหรือตำรวจ หากเขาคิดว่า เด็กคนหนึ่งถูกปฏิบัติไปทางที่ไม่ดี หรือเคยถูกปฏิบัติในทางที่ไม่ดีมาก่อนในอดีต นี่รวมถึง การถูกรังแก ทั้งทางกายและอารมณ์ การถูกรังแกทางเพศ และการถูกละเลยทิ้งขว้าง เมื่อDCFหรือตำรวจได้รับรายงานเรื่องเด็กถูกปฏิบัติไปในทางที่ไม่ดีDCFต้องประเมินรายงานนั้น บางทีDCFจะตัดสินว่า ทุกอย่างไม่มีปัญหา หรือบางทีDCFอาจจะพูดกับบิดามารดาและครอบครัวของเด็ก เพื่อหาวิธีช่วยเหลือพวกเขาดูแลเด็กคนนั้น และทำให้เด็กคนนั้นมีความปลอดภัย หากDCFมีความวิตกกังวลมากๆ เกี่ยวกับเด็ก และคิดว่าจะไม่เป็นการปลอดภัยสำหรับเด็กที่จะอยู่ ณ ที่ๆเด็กกำลังอยู่DCFจะพาตัวเด็กออกไปจากที่นั้นและเอาไปอยู่ในความดูแลของกระทรวงฯ ซึ่งบางที จะเป็นเพียงแค่ระยะสั้นๆ เพื่อ DCFจะสามารถสอบสวน ว่า กำลังเกิดอะไรขึ้น หรือบางทีก็จะเป็นเวลานานกว่านั้น – สองเดือน หรือหนึ่งปี หรือบางทีก็นานกว่านั้น หากเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ก็อาจนานจนถึงเด็กผู้นั้นอายุ 18ปี เมื่อDCFต้องการเก็บเด็กไว้เป็นเวลานาน ๆ               กระทรวงฯ จะต้องขออนุญาตจากศาลก่อน

ข้อตกลงต่าง ๆ กับDCF

บางทีเจ้าหน้าที่ของDCF จะขอให้บิดามารดาและครอบครัว ยินยอมให้เด็ก เข้าไปอยู่ในความดูแลของกระทรวงฯ เป็นเวลาสั้นๆนี่เรียกว่าTemporary Protection Agreement (ข้อตกลงในการคุ้มครองชั่วคราว) ซึ่งอาจเป็นไปเพื่อที่บิดามารดาจะสามารถมีเวลาอยู่ด้วยกันโดยไม่มีลูกๆอยู่ด้วยเพื่อจะได้แก้ปัญหาที่กำลังมีอยู่ หรือเพื่อช่วยให้เด็กหายจากการเจ็บป่วย หากDCFขอให้ท่านเซ็นชื่อในข้อตกลงเกี่ยวกับบุตรของท่าน จะเป็นการดี ที่ท่านจะได้คุยกับทนายความก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากท่านไม่มั่นใจว่า ข้อตกลงนั้นเกี่ยวกับอะไร ท่านสามารถคุยกับทนายความได้ ด้วยการโทร1800 684 055
คำสั่งศาล

 หากDCFขอให้ศาลออกคำสั่งเกี่ยวกับบุตรของท่าน เป็นสิ่งสำคัญ ที่ท่านต้องคุยกับทนายความทันที – โทรถึงเราที่1800 684 055หรือเข้ามาพบเราที่สำนักงาน ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้DCFควรให้สำเนาคำร้องแก่ท่านหนึ่งฉบับ ที่แสดงวันที่ที่เรื่องของท่านจะขึ้นศาล DCFต้องพิสูจน์ต่อศาลว่า บุตรของท่านจำเป็นต้องมาอยู่ในความดูแลของกระทรวงฯ และจำเป็นต้องแสดงแผนการให้ศาลเห็นว่า บุตรของท่านจะได้รับการดูแลอย่างไร ในขณะที่เข้าไปอยู่ในความดูแลของกระทรวงฯ และบุตรของท่านจะติดต่อกับท่านอย่างไร ทนายความสามารถช่วยท่านพูดเกี่ยวกับแผนการนี้ กับDCFได้ และช่วยทำข้อตกลงกับDCFเกี่ยวกับการที่จะพบกับบุตรของท่าน ในขณะที่พวกเขาอยู่ในความดูแลของกระทรวงฯ หากท่านไม่ไปปรากฏตัวในศาล ในวันที่ปรากฏในคำร้องนั้น ผู้พิพากษาอาจออกคำสั่งให้บุตรของท่าน ไปอยู่ในความดูแลของกระทรวงฯได้ จะเป็นการดี ที่ท่านพยายามจะคุยกับทนายความก่อนที่จะถึงวันขึ้นศาล แต่หากท่านไม่คุยกับทนายก่อนหน้านั้น ก็ไม่เป็นไร – อย่างไรก็ตาม จะไม่สายเกินไปที่จะคุยกับทนายความและขอความช่วยจากเขา
Central Australian Women’s Legal Service (บริการด้านกฎหมายของผู้หญิงเซ็นทรัลออสเตรเลีย) จะสามารถช่วยได้อย่างไร?

เราสามารถให้คำแนะนำว่า กฎหมายการคุ้มครองเด็กทำงานอย่างไร และอธิบายว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับคดีของท่าน นอกจากนี้ เรายังสามารถช่วย โดยการพูดกับDCFและเล่าเรื่องของท่านให้DCFฟัง ท่านไม่ต้องรอจนกว่าเรื่องจะขึ้นศาล เพื่อที่จะคุยกัยทนายความ มาพบเราทันทีที่ได้รับเอกสารจาก DCFหรือเมื่อใดก็ได้ ที่ท่านกังวลว่า กำลังเกิดอะไรขึ้น มันมักจะเป็นการดีกว่าที่จะมาคุยกับเราแต่เนิ่นๆ แล้วบางที เราอาจสามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้ได้ ก่อนที่จะต้องไปขึ้นศาล หากเรื่องของท่านต้องไปขึ้นศาล เรา ก็สามารถเป็นตัวแทนของท่านในศาลได้ และให้แน่ใจว่าท่านมีโอกาสได้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับบุตรของท่าน โทรถึงเราที่1800 684055เพื่อขอนัดมาคุยกับทนายความ

Thai
Play
Language
Audio
Play
Play
Play
Play
CAWLS thanks the Law Society Public Purposes Trust for supporting the language translations on this site.